Logo


Edunet Travel

เที่ยวพม่าไม่ง้อไกด์

ช่วงเวลา พฤษภาคม 2557 

จำนวนผู้เดินทางอย่างน้อย 2 คน

 

ค่าใช้จ่ายต่อคนรวมทุกสิ่งทุกอย่างในทริปแล้ว (ไม่มีกระเด็นจากกระเป๋าเพิ่มอีก) คนละ 13,900บาท 

สถานที่ที่ไปเยี่ยมชม: ย่างกุ้ง-บาโก (หงสาวดี) – อินแขวน-สิเรียมและย่างกุ้ง 

Provate vehical in Myanmar

ผมเพิ่งเคยเขียนบล๊อคท่องเที่ยวก็วันนี้ ครึ้มใจอะไรขึ้นมาไม่รู้ครับ เอาเป็นว่าแบ่งปันทริปเที่ยวในประเทศ ที่เขาว่าเดินทางยากละกัน ทริปครั้งนี้ไป 2 คนครับ เริ่มต้นจากเห็นตั๋วนกแอร์ถูกครับไปกลับย่างกุ้ง 2,200 บาทและเป็นคนเกิดวันอังคาร (เขาว่าคนเกิดวันนี้ต้องไปไหว้มหาเจดีย์ชเวดากอง)
 

พอซื้อตั๋วและทุกข์ครับ ไม่รู้ยังไงต่อ ทั้งด้านโรงแรม การเดินทาง สถานที่เที่ยว (อื่นๆ นอกจากมหาเจดีย์ชเวดากอง) เลยเริ่มหาข้อมูลครับจากเพื่อนที่เคยอยู่พม่าและจากเว็บไซต์ ทั้งคู่ให้ข้อมูลดีครับแต่ไม่เคยไปอ่ะครับแต่ละที่ฟังมาไม่ประติดประต่อและยาก จนไปเจอเมต์นึงบอกว่าให้ติดต่อทริปที่ EDUNET TRAVEL ในรีวิวบอกถูกและดี ราคาก็ถูกจริงครับแต่ไม่ถูกเวอร์ชนิดทัวร์ผี แต่เข้าถึงชุมชน รากหญ้ามากๆ และที่เที่ยวที่ทัวร์ไม่ค่อยพาไปครับ
 

เอาเป็นว่าโทรไปหาเขาครับและบอกเขาว่าจะไปสองคน ปลอดภัย ครบทุกที่ที่เขาไปกัน สบายๆ อย่ายากมาก และสำคัญงบน้อยครับ อย่าแพง เขาหายไปสองวันกลับมาด้วยโปรแกรมเที่ยวตามนี้ครับ 

วันแรก (แนะนำไปเที่ยวเช้าตรู่ครับ)

Donmeung Airport


6.00 น เครื่องออกจากสุวรรณภูมิ ง่วงนอนมากครับมาเที่ยวนี้แต่ดีหน่อยคนน้อยกว่าปรกติ (แนะนำนกแอร์ครับเคาท์เตอร์ดี คนไม่เยอะเท่าแอร์เอเชีย มีขนมให้ และเป็นสายการบินคนไทยครับ)

7.30 น เครื่องลงครับ ค่อนข้างตื่นเต้นมากครับ ไม่เคยเข้ามาถึงใจกลางพม่าขนาดนี้มาก่อน เคยไปก็แต่อารมณ์ชายแดนครับ (แบบตามพ่อแม่ไปซื้อสร้อยเงินกะกะเหรี่ยงเมื่อก่อนครับ) ออกมาไม่นานเลยครับแวบเดียว ต่อคิวเล็กๆ ดูมีมาตรฐานมาก ที่สำคัญครับมีเน็ตให้ใช้ฟรี เช็คอินที่นั่นได้เลยครับผมจัดไป 1 ครั้งและใช้ไลน์โทรบอกที่บ้านว่าถึงแล้ว (แนะนำให้ต่อเน็ตเช็คอินและคุยกับที่บ้านระหว่างคอนคิวครับ ไม่เสียเวลาเที่ยว และเพื่อนๆ จะถามว่า พม่าแล้วเหรออย่างสนุกสนานครับ)

7.50 น. (โดยประมาณ) จะได้เดินออกมาข้างนอกเขตคอยรับผู้โดยสารครับ มีเจ้าหน้าที่จากทาง EDUNET TRAVELมาคอยและ (เป็นชาวพม่าครับ พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง มีอายุ น่ารักครับ) เขาถือป้ายเด่นมากเป็นชื่อผมใหญ่มาก

พอจับมือทักทายเรียบร้อยและ สิ่งแรกที่ผมถามเขาเลยคือ แลกเงินจ๊าด (เงินสกุลพม่า) ที่ไหนและเท่าไหร่ดีเขาพาผมไปที่ที่แลกเงินในสนามบินไม่ไกลจากทางออกครับ (ถ้าออกจากประตูหลังจากรับกระเป๋าจะอยู่ขวามือเป็นบูทแลกเงินตั้งอยู่ครับ) พอไปที่นั่นคิดในใจว่าแลกที่นี่จะแพงไม่เนี่ยะ เลยหันไปถามคนที่มารับว่ามีที่อื่นแลกอีกไม้ เขาบอกว่ามีแต่ที่นี่ดีที่สุดอัตราแลกเปลี่ยนก็อยู่ในอัตราที่รับได้ครับ 1 ดอลล่าเท่ากับ 975 จ๊าด ผมถามต่อครับว่าต้องเท่าไหร่ถึงจะพออ่ะครับสำหรับ 3 วัน 2 แบบสบายๆ (สำหรับ 2 คน) ไม่อึกอัดมากเขาบอกว่า 200 เหรียญครับ ผมก็เชื่อครับเลยแลกไป ได้มา 195,000 จ๊าด ดูรวยมากครับถือเงินแสน เสร็จแล้วก็เดินออกมาที่ที่จอดรถ ซึ่งคนที่มารับเขาเอารถมาเตรียมไว้แล้วครับ

8.15 น. ล้อหมุนครับผมกำลังจะเดินทางไป อินแขวนครับ แต่เราจะแวะเที่ยวที่ บาโก กัน 3 แห่งก่อนครับและพรุ่งนี้จะกลับมาบาโกอีกทีเพื่อเที่ยวที่เหลือ การเกินทางไปบาโกใช้เวลา 2 ชั่วโมงจากย่างกุ้งและไปอินแขวนใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมงครับ (ตอนแรกผมงงงงแต่ก็ถึงบางอ้อว่าที่เที่ยวบาโกเยอะต้องแยกหน่อยและจะไม่เบื่อด้วย)

9.20 น. ผมรู้สึกอยากกินกาแฟครับเลยบอกคนที่มารับครับว่าผมอยากกินกาแฟ (อารมณ์กาแฟอเมซอนครับ) แต่แกพามาร้านท้องถิ่นร้านนึงครับ คนเยอะมาก ร้านนี้เป็นร้านกาแฟท้องถิ่น ฮิตสุด และดีที่สุด (โดยสภาพร้านแล้วถ้าอยู่เมืองไทยผมไม่ค่อยอยากเข้าครับ แต่คนเยอะมากจริงครับ แต่ผมก็ตื่นเต้นครับเพราะไม่เคยกินร้านกาแฟตอนเช้าแบบพม่าๆ) เลยสุ่งมาแก้วนึงครับมาพร้อมขนมอีก 2 จานอารมณ์กะหรี่ปั๊บอ่ะครับ ขนมผมไม่ชอบเท่าไหร่ครับแต่กาแฟอร่อยสุดๆ ครับ (ต้องลองมากมากๆ)

10.30 น.มาถึงที่เที่ยวที่แรกครับ มีชื่อว่า Kyaikpun Pagoda ชื่ออ่านยากครับดูรูปเลยละกัน  สำคัญนะครับซื้อตั๋วเข้าที่นี่เลยราคาประมาณ 10,000 จ๊าดต่อคนแต่ใช้ได้หลายแห่งในบาโกครับหลายวันด้วยครับ ซื้อตรงนี้ประหยัดไปได้โขและใครที่ไม่มีรองเท้าแตะหรืออยากทานลูกตาลสดแนะนำให้ซื้อกินที่นี่นะครับ (ที่นี่ก็เป็นที่แรกที่สัมผัสว่าการเข้าวัดพม่าและต้องถอดรองเท้าเดินเป็นอย่างไรครับ – อันนี้ผมไม่ฟินที่สุดแต่เพื่อศรัทธาครับ)

Kyaikpun Pagoda

11.00 น. ออกจาก Kyaikpun Pagodaและเดินทางไปสักการะพระนอนต่อครับที่Shwethalyaung Reclining Buddhaองค์นี่เป็นองค์เก่าแก่ครับงดงาม (ทัวร์พามาตลอดครับ ไม่มีพลาด) ที่นี่เป็นที่แรกที่ผมโดนค่าถ่ายรูปประมาณ 300 จ๊าดครับ (มีเด็กมาเฟียมาคอยเก็บ...น่าเอ็นดูครับ) การเดินทางมาที่นี้ไม่ยากครับถ้ามากับคนพามาซึ่งจัดโดย EDUNET TRAVEL ครับ

Shwethalyaung Reclining Buddha

รอบบริเวณ Shwethalyaung Reclining Buddhaเป็นตลาดครับขวามือจากข้างหน้าเป็นตลาดสดเลยครับ (สดจริงๆ) ส่วนรอบข้างอื่นๆ เป็นพื้นที่ขายของพื้นเมืองครับ มีข้าวต้มมัดอันยักษ์ที่ผมอยากลองแต่ไม่กล้าลองครับ และมีห้องน้ำแบบส้สนตัวมากให้เข้า (คนละ 300 จ๊าดค่าเข้าห้องน้ำนะครับ) และทางซ้ายมืออีกส่วนพนึ่งจะเป็นหอเก็บพระไตรปิดกหินครับ (อารมณ์ศิลาจารึกพ่อขุน)

Edunet Travel

11.45 น. เราออกจาก Shwethalyaung Reclining Buddhaและไปยัง พระนอนชมพู ซึ่งอยู่ติดกันครับ องค์นี้ใหม่กว่าองค์ที่ผ่านมาครับแต่ผมชอบมากกว่าองค์ที่ผ่านมาเพราะองค์ใหม่สวยกว่า (สำหรับผมครับ) ที่นี้คงใช้เวลาไม่นานเพราะเพียงสักการะพระนอนท่านครับ

Pink lying pagoda

12.20 น. เราก็ออกจาก พระนอนชมพู และเดินทางไปหาของกินครับ ครั้งนี้คนขับพามาทานข้างสำหรับนักท่องเที่ยวครับ ผมพยาบาลบอกเขาว่าอยากกินของพื้นเมือง เขาพาไปร้านที่ตัวเขาตั้งใจทางหลังจากส่งให้ผมทานที่ร้านนั้นและ ผมไปเปิดๆ ดูและผมบอกตามตรงว่าผมทานไม่ไหวครับ (มันน่ากลัวเกินไปสำหรับผม) ส่วนร้านที่เขาพามาก็อาหารราคาค่อนข้างสูงครับ (6000 จ๊าด ++ ต่อชาม) กัดฟันกินนิดนึงครับแต่ก็ได้วิวพระมหาเจดีย์จากระเบียงร้านอาหารครับ

13.30 น. เราก็ออกจากร้านอาหาร คนที่มารับเราก็พาเราไป มหาเจดีย์ครับคล้ายกับพระปฐมเจดีย์มากครับ แต่มีข้อห้ามที่เคร่งครัดกว่าคือผู้หญิงขึ้นได้แค่ชั้นหนึ่งครับ ส่วนคุณผู้ชายขึ้นไปได้ครับ (แต่ไม่แนะนำคนที่กลัวความสูงหรือเป็นโรคหัวใจครับ) ซึ่งขึ้นไปแล้ววฃิวสวยมากครับ อารมณ์เหมือนเป็นในหนังเรื่อง พระนเศวรมหาราช ตอนกล้องแพนให้เห็นทั้งเมืองหาสาวดีย์ครับ

มหาเจดีย์

มหาเจดีย์

14.20 น. ออกจาก มหาเจดีย์และมุ่งตรงไปยังพระธาติอินแขวนครับ แต่รถขึ้นไปไม่ได้สุดนะครับต้องมาต่อรถ 6 ล้อขึ้นไป (เว็บอื่นๆ เขาเรียกว่า รถขนหมูครับ) ซึ่งทุกคนถ้าจะไปพระธาติอินแขวนต้องมาขึ้นรถนี้ครับ โดยมีราคาค่ารถอยู่ที่ 2,500 จ๊ากสำหรับนั่งข้างหลังและ 3,000 จ๊าดสำหรับข้างหน้าใกล้คนขับครับ (นั่งหลังแถวละ 6 คน นั่งข้างหน้าจะมีสองแถวข้างหลัง 4 ข้างหน้า 2 ครับ อึดอัดหน่อยแต่เพื่อกุศลอันยิ่งใหญ่ครับ ผมยอม) สำหรับชาวพม่าเขาจะภูกกว่าเรามากครับ อันนี้ผมแนะนำเลยถ้านั่งข้างหลังให้นั่งแถวหลังสุดเดพราะสามารถดูของตัวเองได้ (เพราะของทุกอย่างเขาจะไว้ข้างหลัง และหลายครั้งจะมีเด็กปีนข้างหลังขึ้นมา ไม่ได้มาขโมยครับ แต่เราไม่รู้อยู่ข้างหลังสบายใจกว่าครับ) ส่วนถ้าเลือกนั่งข้างหน้าก็แนะนำอีกว่าให้นั่งข้างคนขับอย่านั่งหลังคนขับเพราะว่าไม่มีที่วางขาครับ ต้องนั่งขัตมาตเอา) เวลาเดินทางในรถขนหมูจะประมาณ 40-45 นาทีครับแวะจอดเป็นจุดๆ และมีคนยืนพูดภาษาพม่าระหว่าจอด (อารมณ์ประมาณว่า ขอทำบุญอ่ะครับ แต่งงว่าทำไมต้องมายืนขอเงินบริจากระหว่างทางขนาดนี้ครับ แต่เป็นประเพณีเขาครับว่าไม่ได้) ในระหว่างนั่งรถขนหมูจะกระแทกมากและจะเห็นเหมือนพระธาติอินแขวนอยู่เชิงเขาอันนึงครับ อันนี้ไม่ใช่พระธาติองค์ดั้งเดิมครับ ทำมาใหม่ครับ

Inkwan Transport

15.25 น. เรามาถึงสถานสุดท้ายของรถขนหมูครับ ก็จะมีบันใดพาดให้ลงจากรถขนหมูครับและจะมามาเฟียเด็กมาอีกและครับ จะมาช่วยถือกระเป๋าหรือหรือเป็นบอดี้การ์ดครับ (เด็กน้อยมากครับประมาณ 10 ขวบ) แนะนำให้เลือกเด็กน้อยมาคนนึงให้เขาพาไปโรงแรมที่เราจองไว้ (ต้องจองก่อนขึ้นมานะครับและแนะนำให้นอนบนนี้ครับ ซึ่งมีโรงแรมอยู่แค่สองแห่งเท่านั้นอันนึงคือ 000 และอีกอันคือ Mountain top hotel วิวจะต่างกันครับสองโรงแรมนี้อันแรกจะทองเห็นพระธาตุอินแขวงสององค์แบบชัดเจนจากโรงแรม ส่วนแหลังจะเห็นแค่องค์เดียวแต่จะได้วิวทิวเขา ซึ่งตอนเช้าอาจจะได้เห็นทะเลหมอกของแท้มากๆ ครับ ผมเลือกอันหลังครั้งเนื่องจากอันแรกเต็มครับ ราคาก็ 105 เหรียญสหรัฐต่อคืนครับ (น้ำตาตกด้วยความแพง) แต่ห้องพักดีครับถึงแม้จะไม่มีแอร

Mountain Top Hotel

16.45 น. พอเราเห็นแดดเริ่มเบาลง เราก็เริ่มเดินไปพระธาติอินแขวนครับ สำหรับนักทส่องเที่ยวต่างชาติก็มีค่าใช้จ่าย 6000 จ๊าดต่อคนต่อวันครับ (แพงอีกแล้ว) แต่เพื่อศรัทธาครับ ระหว่างทางเดินเข้าไปพระธาติอินแขวนองค์จริงจะมีองค์น้อยอยู่อีกองค์ข้างหน้าครับ (เกือบลือจะมีให้ฝากรองเท้าอีกครับ 1000 จ๊าดต่อสองคู่ครับ)

เราเวลาเดินไปเรื่อยๆ ครับจะมีจุดชมวิวอยู่เนืองๆ เป็นบรรยากาศหุบเขาครับจนกระทั่งมาถึงจุดที่เรามาจริงๆ คือพระธาติอินแขวนครับ มีข้อจำกัดสำหรับสุภาพสตรีนิดหน่อยครับคือไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของเจดีย์ได้ครับ ส่วนที่เป็นแท่นวางองค์พระธาติครับ ส่วนพื้นที่อื่นๆ สามารถไปได้ปรกติ และหากหิวเดินไปทางขวามือจากพระธาติจะมีร้านค้าเรียงรายครับ มีขนมดูน่ากินหลายอย่าง (แต่ผมไม่กล้ากินอีกแล้ว) ในการชมพระธาตินะครับให้มาก่อนพระอาทิตย์ตกดินเล็กน้อยเพิ่อชมองค์พระธาตุก่อนและหลังพระอาทิตย์ตกดินซึ่งงดงามมากครับ

InKwan at Dawn

ผมอยู่ตรงนั้นจนค่ำครับเพราะมีพื้นที่ให้เดินค่อนข้างกว้าง ชมพระธาตุอินแขวง ดูพระอาทิตย์ตกดินและหามุมถ่ายรูปได้มากมายครับ หลังจากนั้นก็กลับเข้าห้องพัก ใช้อินเตอร์เน็ตเช็คอินหน่อยและเข้านอนครับ

วันที่สอง (แนะนำให้ขึ้นรถขนหมูกลับลงมารอบ 8.00 น ครับ)

8.00 น. เช็คเอาท์โรงแรมและออกมาขึ้นรถขนหมูกลับลงมาพื้นล่างครับ ขาลงนี้ต้องแย่งกันหน่อยครับแพราะคนทุกสัญชาติจะแย่งกันลง (ตอนเช้าชาวพม่าจะลงมามากเพราะพวกเขาไม่ได้พักที่โรงแรมแต่จะนอนบนพระธาตุ ทำให้เขาต้องรีบลงเพื่อกลับบ้านอาบน้ำครับ การขึ้นรถขนหมูของผมรอบนี้นั้งบ้างหน้าครับบรรยากาศแน่ครับ นั่งขัตมาตตลอดทางเมื่อยครับแต่ก็ตื่นเต้นดีขึ้นๆ ลงลงเขา (ค่ารถเมือนเดิมนะครับ 2500 จ๊าด) 9.00 น. รถขนหมูพาลงมาถึงข้างล่างคนขับรถก็มาคอยรับเลยครับ แกมาก่อนเวลาทุครั้งและเหมือนแกมองหาเราอยู่ตลอดเวลาครับ (ผมรู้สึกได้อยู่) จากนั้นล้อหมุนไปที่ บาโก

10.20 น. สถานที่แรกในวันนี้ที่เราจะไปกันคือ ‘พระราชวังเก่าของพระเจ้าบุเรงนอง’ ให้เอาบัตรที่ผมแนะนำให้ซื้อตั้งแต่วันแรกมาใช้)  สถานที่นี้จริงๆ แล้วได้โดนไฟไหม้และสายสาปสูญไปหากแต่ได้มีการขุดพบซากปราสาทและได้มีการสร้างกลับขึ้นมาใหม่

Bago Palace

เราใช้เวลาอยู่ประมาณ 50 นาทีเพื่ออ่านรายละเอียดของปราสาทและการบูรณะ ตลอดจนของที่เป็นเครื่องทรงและเครื่องใช้ของพ่ออยู่หัว
ในสมัยนั้นจนครบ และก็เคลื่อนย้ายไปยังอีกอาคารหนึ่งที่อยู่ใกล้กันซึ่งเรียกได้ซึ่ง เป็นโถงว่าราชการกษัตริย์

Bago Palace Treasures

12.00 น. เรากลับไปร้านอาหารร้านเดิมที่ผมว่าแพงๆ ในวันแรกอ่ะครับและผมก็สั่งอาหารเดิมๆ กิน (ข้าวผัดปลา) และก็มีสั่งพิเศษมาหน่อยเป็นปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย อร่อยมากอยู่ครับ

13.00 น. เราเดินทางไปยังวัดอีกแห่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเก่าของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งเป็นวัดโบราณที่มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมของชาวพม่า (ที่นี่ยังใช้บัตรที่ผมแนะนำให้ซื้อแต่ต้นได้อยู่ครับ)

Bago templs

Bago temple

ผมค่อนข้างจะชอบวัดนี้มาก เหมือนเป็นอารามหลวงอันนึง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่ดีครับ (ผมเรียนรู้ที่จะไหว้พระและสรงน้ำพระประจำวันเกิดที่นี่ (ซ้อมไว้ก่อนไปสถานที่จริงคือเจดีย์ชเวดากอง)

14.00 น. เราออกเดินทางจากวัดที่ผมยังไม่อยากจากมาไปยังเมืองย่างกุ้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากนี้ หากแต่ในระหว่างทางผมไปสะดุดเห็นสถานที่หนึ่งเข้าเลยบอกให้พี่เขาหยุดให้เพื่อเข้าไปดู พอดูใกล้ๆ และพบว่าเป็นสุสานทหารในยุคสงครามโลก (เหมือนที่มีที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ที่นี่เล็กกว่าและไม่ค่อยจัดศพทหารที่เสียชีวิตตามประเทศต่างๆ (สำหรับคนที่ไปเที่ยวสถานที่แบบนี้ที่ที่น่าสนใจคือสัญลักษณ์ของหน่วยทหารที่เขาสังกัด และคำไว้อาลัย จะได้เห็นคำภาษาอังกฤษหรือวลีโบราณที่สลักไว้เพื่อให้เกียรติคนตายครับ

Graveyeard in Bago

ผมใช้เวลาสั้นๆ กันสถานที่นี้ แต่ที่ผมเจอและขำคือมีหนุ่มสาวคู้นึงนอนอยู่กลางสุสาน ผมงงกันตัวเองว่าไม่มีที่อื่นที่จะจีบกันแล้วเหรอถึงมานั่งจีบกันที่นี่ 

15.30 น. เดินทางจากสุสานเข้าย่างกุ้งใช้เวลาอีกเพียงไม่นานก็ถึง ซึ่งก่อนเข้าไปยัง มหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของผมในครั้งนี้ทางผู้นำทางก็พาเราไปเห็น ช้างเผือก ของแท้ดั้งเดิมที่พม่าครั้บ มีอยู่สามเชือก เป็นที่ที่ผมสามารถเห็นช้างในตำนานอย่างใกล้ที่สุดในชีวิตผม พร้อมมีประวัติมาให้อ่านด้วยนิดหน่อย

White Elephant

16.00 น. ผู้นำทางก็พาผมมายัง ‘มหาเจดีย์ชเวดากอง’ ตื่นเต้นที่สุดครับ มีค่าผ่านทางคนละ 12,000  จ๊าด  แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่กี่อึกใจผมจะได้กราบมหาเจดีย์นี่แล้ว

Shawedagon Pagoda

หลังจากจ่ายค่าผ่านทางและถอดรองเท้าแล้ว คนนำทางก็พาขึ้นลิฟท์ขึ้นมาและเมื่อออกมากจากลิฟท์ภาพที่ผมเห็นคือภาพนี้ครับ อะไรมันจะเวอร์ปานนี้ ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบนี้เนี่ยเป็นแค่ติ่งเดียวกับที่จะพบและเห็นภายในพื้นที่ชั้นในของมหาเจดีย์ชเวดากอง (สำหรับการเข้าเยี่ยมชมมหาเจดีย์ชเวดากองนั้นให้มาตอนเย็นเหมือนไปพระธาตุอินแขวนครับ เพราะจะได้เห็นมหาเจดีย์ชเวดากองในช่วงเย็นและช่วงหลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว พื้นที่ภายในค่อนข้างที่จะกว้างมากครับแบ่งออกเป็นอาคารนับ 10 อาคารซึ่งแต่ละที่ก็มีพระปรางค์ต่างๆ อยู่ครับทั้งแนวองค์พระในรูปแบบของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และแบบอินเดียดังเดิมอย่างครบถ้วน

Shawedagon map

ผมใช้เวลาอยู่ที่เจดีย์นี้เกือบ 4 ชั่วโมงเดินนมัสการพระองค์นั้นออกองค์นี้ นั่งสมาธิบ้าง วรงน้ำพระตามวันเกิดบ้าง และก็นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตไวไฟบ้าง (มีไวไฟฟรีอยู่ทางซ้ายมือของเจดัย์ครับ จะมีป้ายแสดงให้เห็นชัดเจนครับ)

20.00 น. ออกมาจากมหาเจดีย์ชเวดากอง เนื่องจากหิวข้างมากแล้วครับพอออกมาจากทางออก คนดูแลเราก็เอารถมารับเลยครับ (ผมบอกแล้วว่าดีจริง) และก็พาเราไปยังโรงแรม ซึ่งตอนนั้นผมจองโรงแรมชื่อมิลลิเนียมไปครับ (98 เหรียญสหรัฐ แพงตลอดประเทศนี้) แต่ดีหน่อยที่ใกล้วัดสำคัญที่เราจะไปคือวัด BOTA HTAUNG ซึ่งไม่ไกลจากแม่น้ำย่างกุ้ง

unkbown

วันที่สาม (วันเดินทางกลับ)

9.00 น. คนนำทางนัดให้เราเช็คเอาท์ตอนเช้าหลังจากทานข้าวเช้าเสร็จ เพราะวันนี้เราจะเดินทางไป สิเรียมเพื่อไปดูวัดและเจดีย์ลอยน้ำ ซึ่งก่อนที่เราจะไปเราจะได้ไปแวะวัดของพระทันใจ (พระทันใจมีด้วยกัน 3 องค์ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งมีที่เจดีย์ชเวดากอง ที่วัด BOTA HTAUNG และวัด SULE) วัด BOTA HTAUNG ที่เราไปนี้อยู่ตรงข้ามกันโรงแรมที่เราพักเท่านั้นเลยได้อานิสงค์ไวไฟโรงแรมมาบ้าง โดยวัดแห่งนี้หลักๆ มีอุโบสถที่เป็นที่สถิตพระสารีริกธาติ ซึ่งทั้งอุโบสถเป็นทองคำและที่บรรจุพระสารีริกธาตุเป็นทองประดับด้วยเพชร พลอยและหินมีค่าต่างๆ มากมาย การแบ่งส่วนพื้นที่ก็มีการสร้างมุมไว้เพื่อให้เข้าไปนั้งสมาธิกัน

11

111

หลังจากที่เราใช้เวลาอยู่กับทองคำจนละลานตาอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงเวลาที่เราจะไปวัดและเจดีย์ลอยน้ำที่สิเรียม ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงข้ามปากแม่น้ำบาโกกับแม่น้ำย่างกุ้ง (แม่น้ำทั้งคู่ใหญ่มากพอบรรจบกับกลายเป็นปากแม่น้ำที่ใหญ่มาก เทียบเท่าแม่น้ำโขง 2-3 สายมาประกบกันทีเดียว)

11.00 น. มาถึงฝั่งแม่น้ำย่างกุ้งเพื่อเตรียมข้ามเรือ (ค่าข้ามเรือ 2500 จ๊ากไปและกลับ) มีแม่ค้าขายดอกไม้พยายามยัดเยียขายดอกไม่จนผมเหนื่อยกับพวกเขา แต่เอาเถอะเขาพยายามทำมาหากินครับ เมื่อข้ามฝั่งไปก็เสียค่าเข้าคนละ 2 ดอลล่าสหรัฐครับ แต่ภาพที่ปรากฎบนน่าคืออารยธรรมและความศรัธาของคนพม่าที่เราคาดไม่ถึงเหมือนเคย

Syrium

Syrium

นอกจากมีองค์พระให้บูชาแล้วยังมีอาหารปลาขาย สำหรับผู้ที่ใจบุญจะให้อาหารปลา ซึ่งราคาก็สมเหตุผลครับ ผมใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงที่เกาะกลางแม่น้ำแห่งนี้ก่อนที่จะนั่งเรื่อข้ามกลับไปยังฝั่ง

12.20 น. เราแวะรับประทานอาการกันที่ร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังแห่งนึงระหว่างทางกลับไปยังย่างกุ้ง ผมสั่งไม่เป็นครับก็ชี้ๆ เอาปลาเอาไก่ แต่สิ่งที่ได้มาเป็นแบบนี้ครับ (ดูอลังการไม้)

อันนี้เป็นมื้อแรกครับที่ผมได้ลองทานอาหารพื้นเมือง ถามว่าอร่อยไม้ไม่มากครับ ถามว่ากินได้ไม้กินได้ ถามว่ารสชาติเป็นไงมันๆ เค็มๆ ครับ มีปลาร้าในถ้วยตรงกลางครับ (ตอนแรกไม่รู้นึกว่าแจ่ว จัดเต็มไปแทบแย่เหมือนกันครับ...)

Myanmar food

14.00 น. ออกจากร้านอาหารโดยไม่แน่ใจว่าจะไปไกนต่อเพราะที่อยากไปหลักๆ ไปครับแล้วครับแต่เครื่องออก 21.00 น ไปไหนดีล่ะเนี่ยะ คนน้ำทางของเราไม่ธรรมดาครับพาเราไปที่สวยสาธรณะกลางเมืองชื่อ ‘KAN DAW GYI LAKE’ ซึ่งเป็นสวนที่สวยมากในความคิดของผม เพราะอยู่ใกล้เมืองเห็นเมืองลิบๆ และอยู่ใกล้เจดีย์ชเวดากองมาก แค่มีถนนเล็กๆ กั้น มีค่าเข้าอีกเหมือนเดิมครับประมาณ 3,000 จ๊าดต่อคน สวนนี้สวยครับเลยใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมงที่นี่ก่อนที่คนนำทางจะบอกว่าเราจะเข้าไปในเมืองกันต่อ

KAN DAW GYI LAKE

16.00 น. เราได้เข้าไปในเมืองเพื่อไปดูศาลาว่ากลางเมืองย่างกุ้งและวัดอีกแพ่งหนึ่งที่มีพระทันใจองค์พี่ที่สุดที่นี่ แต่เวลานี้ผมและเพื่อนๆ เริ่มเหนื่อยกับวัดครับ แต่ฝนกลับตกลงมาเราเลยต้องวิ่งเข้าไปหลบฝนและเข้าไปเที่ยววัดโดยปริยาย วัดที่เราเข้าไปเยี่ยมชมนี้ชื่อว่า SULE ซึ่งใกล้ๆ คือตลาดชื่อดัง BOGYOKE AUNG SAN ที่ขายของสดและขายพลอยพม่าครับ

111

1111

17.00 น. มีอีกสวนสาธารณะแห่งหนึ่งชื่อว่า INYA LAKE  ที่ผู้นำทางแนะนำให้เราไปเพื่อไปดูการใช้ชีวิตของคนที่เมืองย่างกุ้ง ไกลจากความเป็นนักท่องเที่ยวบ้าง ไม่มีค่าเข้าแต่ไม่ค่อยสวย เราตัดสินใจไปครับ ไม่ค่อยสวยจริงๆ แต่ได้บรรยากาศของคนในเมืองย่างกุ้งที่มานั่งดูน้ำ มาปิ๊กนิค มาต่อรถ และอื่นๆ

Inya lake

เราใช้เวลาอีกสัก 1 ชั่วโมงก่อนที่ผมจะหิวอีกแล้ว ผู้นำทางเราก็เลยจัดให้ที่ร้านอาการแห่งหนึ่ง ซึ่งผมว่าอาหารอร่อยมากและไม่แพงเลย แนะนำมากสำหรับคนที่มาย่างกุ้งและไม่รู้จะเริ่มร้านอร่อยตรงไหน ร้านนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นอาหารที่ผมชื่อนชอบที่สุดตั้งแต่มาที่พม่าและกำลังจพจากไปในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้

Golden Duck

19.45 น. ไปที่สนามบินย่างกุ้งซึ่งไม่ไกลเลยจากร้านอาหารร้านนี้ก่อนที่จะผ่านด่านในสนามบินของพม่าและขึ้นเครื่องนกแอร์กลับเมืองไทยตอน 21.00 และถึงกรุงเทพประมาณ 22.00 น. ซึ่งเหนื่อยแต่สนุกมาก ทั้งหมดนี้ต้องให้เครดิต EDUNET TRAVEL  ที่วางแผนและจัดการให้เกือบหมด ถ้าไปเที่ยวแบบผมเนี่ยะแนะนำบริษัทนี้จริงๆ ครับที่เบอร์ 0999191598 ครับ

 
previousnext

Bottom